นิยายสั้น · เรื่องแต่ง
เสียงไก่ขันในเช้าวันรอคอย
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนเริ่มซาลงบ้างแล้ว แต่ใจของนิ่มยังไม่สงบ เธอส่งใบสมัครงานที่ร้านหนังสือในตัวเมืองไปตั้งแต่ต้นเดือน และยังไม่มีใครโทรกลับมาสักที ทุกเย็นหลังเลิกงานที่ร้านขนมเล็ก ๆ ของป้า เธอจะเดินกลับบ้านผ่านทุ่งหลังตลาด พลางคิดในใจว่าคำตอบจะมาถึงเมื่อไร
คืนหนึ่งนิ่มฝันว่าตัวเองยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าของยาย มีแม่ไก่สีน้ำตาลตัวอ้วนเดินนำลูกไก่ตัวเล็กเป็นแถวอยู่ใต้ถุนบ้าน ลูกไก่ตัวหนึ่งวิ่งมาซุกเท้าเธอ ขนของมันนุ่มอุ่นเหมือนแสงแดดยามบ่าย แม่ไก่หันมามองเธอด้วยสายตาใจเย็น ราวกับบอกว่าทุกอย่างกำลังเดินไปตามจังหวะของมัน
ก่อนฟ้าสางไม่นาน เสียงไก่ขันดังขึ้นจากบ้านข้างเคียง ดังชัดและกังวานจนนิ่มสะดุ้งตื่น เธอนอนนิ่งฟังเสียงนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกที่ค้างอยู่ในอกไม่ใช่ความตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ แต่เป็นความอบอุ่นที่ทำให้เธออยากลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่างให้ดีที่สุด
เช้านั้นเธอตื่นแต่เช้า ช่วยป้าทำขนมเปียกปูนและห่อของส่งลูกค้าประจำอย่างตั้งใจกว่าทุกวัน ระหว่างรอขนมสุก เธอนั่งทบทวนเรื่องงานที่เคยทำมา เขียนจดหมายขอบคุณสั้น ๆ ถึงพี่คนหนึ่งที่เคยสอนเธอจัดหนังสือ แล้วส่งจดหมายแนะนำตัวฉบับใหม่ไปยังร้านที่สมัครไว้อีกครั้งด้วยใจที่มั่นคงขึ้น
ป้าเห็นเธอยิ้มอยู่คนเดียวจึงถามว่าคิดอะไรอยู่ นิ่มเล่าความฝันให้ฟัง ป้าหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกว่าคนโบราณเชื่อกันว่าไก่ขันคือสัญญาณว่าเรื่องดี ๆ กำลังจะมาถึง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความเชื่อคือการไม่ทิ้งงานตรงหน้า ระหว่างรอ ก็ควรดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดี เพราะใจที่อิ่มย่อมมองเห็นทางได้ชัดกว่าใจที่กระวนกระวาย
สามวันต่อมา โทรศัพท์ที่ร้านขนมดังขึ้นตอนบ่าย เป็นร้านหนังสือที่เธอสมัครไว้ ปลายสายเชิญให้ไปพูดคุยในสัปดาห์หน้า นิ่มวางหูแล้วยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปกอดป้าด้วยน้ำตาคลอ เธอนึกถึงแม่ไก่กับลูกไก่ในความฝัน และรู้ว่าไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เธอได้เรียนรู้ที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างใจเย็นและเปิดรับสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะมาถึง
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งเพื่อความเพลิดเพลิน ตัวละครและเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลจริง
